TARA PRESSURE TANK
ถังแรงดัน (Pressure Tank) หรือที่มักเรียกกันว่า ถังไดอะแฟรม (Diaphragm Tank) เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบ Booster Pump ทำหน้าที่เสมือน “ตัวสำรองแรงดัน” เพื่อให้ระบบน้ำในอาคารมีความสม่ำเสมอและช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มน้ำ
ถังแรงดันไม่ได้เก็บน้ำไว้จนเต็มถัง แต่ภายในจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมี แผ่นยางไดอะแฟรม (Diaphragm) หรือ ถุงยาง (Bladder) กั้นกลาง
ส่วนของอากาศ: เป็นช่องว่างที่บรรจุอากาศแรงดันสูงไว้ (Pre-charge Air)
ส่วนของน้ำ: เป็นส่วนที่น้ำจากปั๊มจะถูกดันเข้าไปเก็บไว้
การทำงาน: เมื่อปั๊มทำงาน น้ำจะถูกดันเข้าไปในถังและไปเบียดกับส่วนของอากาศ ทำให้อากาศถูกอัดตัวจนเกิดแรงดัน เมื่อเราเปิดก๊อกน้ำ แรงดันอากาศนี้จะผลักน้ำออกมาใช้งานก่อน โดยที่ปั๊มยังไม่ต้องสตาร์ทตัวในทันที
ข้อดีของถังแรงดันในระบบ Booster Pump
1. ช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มน้ำ
ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือ ลดการสตาร์ทตัวบ่อย (Short Cycling) ของปั๊มน้ำ หากไม่มีถังแรงดัน ทุกครั้งที่เปิดก๊อกเพียงเล็กน้อย ปั๊มจะต้องทำงานทันที การมีถังแรงดันช่วยให้น้ำในถังถูกนำออกมาใช้ก่อน ปั๊มจึงทำงานเฉพาะเมื่อแรงดันในถังลดลงถึงจุดที่กำหนดเท่านั้น
2. รักษาแรงดันน้ำให้คงที่ (Constant Pressure)
ช่วยให้แรงดันน้ำในท่อมีความสม่ำเสมอ ลดปัญหา “น้ำไหลแรง-เบา” สลับกันไปมาขณะใช้งาน ทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นหรืออุปกรณ์ประปาทำงานได้อย่างเสถียร
3. ลดปรากฏการณ์ Water Hammer
ช่วยดูดซับแรงกระแทกของน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อมีการปิดวาล์วน้ำอย่างกะทันหัน (Water Hammer) ซึ่งแรงกระแทกนี้อาจทำให้ท่อแตกหรือข้อต่อเสียหายได้ ถังแรงดันจะทำหน้าที่เป็น “โช้คอัพ” รับแรงกระแทกนี้ไว้
4. ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
เมื่อปั๊มสตาร์ทตัวน้อยลง การใช้กระแสไฟฟ้าในช่วงกระชากตอนเริ่มต้น (Starting Current) ก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ประหยัดค่าไฟในระยะยาว
5. สำรองน้ำไว้ใช้ขณะไฟดับ (ในปริมาณหนึ่ง)
หากไฟฟ้าดับ แรงดันอากาศที่สะสมอยู่ในถังยังสามารถผลักน้ำที่ค้างอยู่ในถังออกมาให้เราใช้งานได้อีกเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับขนาดถัง)



